ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในกลุ่มเจ้าของสระว่ายน้ำ หลังจากมีรายงานผลการศึกษาเบื้องต้นจากสถาบันวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ชี้ให้เห็นถึงสารตกค้างบางชนิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในระบบสระเกลือ แม้จะได้รับการกล่าวถึงมาตลอดว่าปลอดภัยกว่าคลอรีนแบบดั้งเดิม รายงานดังกล่าวซึ่งจัดทำโดยทีมนักวิจัยภายใต้การนำของ ดร. ปรีชา สิทธาภรณ์ ระบุถึงแง่มุมที่หลายคนอาจมองข้ามไปเกี่ยวกับการดูแลและการทำงานของสระว่ายน้ำระบบเกลือในระยะยาว
ประเด็นร้อนนี้จุดชนวนจากกรณีที่ ดร. ปรีชา ได้นำเสนอข้อมูลในงานสัมมนาประจำปีของชมรมผู้ประกอบการสระว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติกรุงเทพฯ โดยเขายืนยันว่า แม้สระเกลือจะใช้เกลือเป็นสารตั้งต้นในการผลิตคลอรีนธรรมชาติ แต่กระบวนการอิเล็กโทรลิซิสที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของสารประกอบบางอย่างที่อาจมีผลต่อคุณภาพน้ำและอุปกรณ์ในระยะยาวได้ ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อเดิมที่ว่า “แค่เติมเกลือก็สะอาดแล้ว”
จากเดิมที่สระว่ายน้ำระบบเกลือถูกยกย่องว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ไม่เพียงแต่เรื่องของการดูแลผิวพรรณและดวงตาที่ไม่ระคายเคืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสะดวกสบายในการจัดการน้ำ อย่างไรก็ตาม รายงานใหม่นี้ได้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนที่มากขึ้นในเรื่องของการบำบัดน้ำ สิ่งที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนคือการปรับสมดุลของค่า pH ในสระเกลือนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และหากละเลยอาจนำไปสู่ปัญหาที่เรื้อรัง อาทิ การก่อตัวของหินปูน หรือแม้กระทั่งการกัดกร่อนของอุปกรณ์บางชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นให้กับเจ้าของสระ
สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ ทางสมาคมผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์สระว่ายน้ำกำลังพิจารณาที่จะออกแนวปฏิบัติใหม่สำหรับการดูแลรักษาสระว่ายน้ำระบบเกลือ เพื่อตอบสนองต่อผลการศึกษานี้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีการเน้นย้ำถึงความถี่ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำ และการใช้อุปกรณ์เสริมบางชนิดเพื่อช่วยในการกำจัดสารตกค้างที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งนี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการสระว่ายน้ำที่เคยเชื่อมั่นในความเรียบง่ายของระบบเกลือมาโดยตลอด
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “ความสะดวกสบายที่เคยได้รับ จะต้องแลกมาด้วยความซับซ้อนในการดูแลที่เพิ่มขึ้นหรือไม่” ซึ่งประเด็นนี้กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง สระน้ำเกลือดีกว่าคลอรีนไหม? คำถามนี้อาจต้องพิจารณาจากหลากหลายมิติมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้สึกสบายผิวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
สำหรับอนาคตอันใกล้นี้ การทำความเข้าใจข้อดีของสระว่ายน้ำระบบเกลือที่ไม่ระคายเคืองผิวและตาอาจจะต้องรวมถึงความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับข้อจำกัดและวิธีการบำรุงรักษาที่ถูกต้องด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนในสระเกลือของคุณจะคุ้มค่าและปลอดภัยอย่างแท้จริง และนี่คือสิ่งที่เจ้าของสระทุกคน “ต้องรู้” ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกหรือดูแลรักษาสระเกลือในปัจจุบัน
